วัคซีนโควิด-19

วัคซีนโควิด-19 ของใครดีสุด ตารางสรุป ของแต่ละบริษัทชื่อวัคซีนประสิทธิภาพการให้วัคซีนวัคซีนประเภทการเก็บรักษาวัคซีนโควิด-19

วัคซีนโควิด-19

วัคซีนโควิด-19

วัคซีนโควิด-19

วัคซีนโควิด-19

สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เผยอีก 12-18 เดือน ประเทศไทยอาจจะมี “วัคซีนโควิด-19” ที่ดีและเหมาะสมกับคนไทย และผลิตในเชิงอุตสาหกรรมได้สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เปิดเผยข่าวดีว่า ประเทศไทยกำลังพัฒนา วัคซีนโควิด-19 ซึ่งตั้งเป้าว่า ภายในเวลา 12-18 เดือน จะได้วัคซีนที่ดีและเหมาะสมกับคนไทยและผลิตในเชิงอุตสาหกรรมได้ โดยเฉพาะคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ผลการวิจัยในรูปแบบวัคซีน mRNA ประสบความสำเร็จในการทดลองในหนูและเริ่มทดลองในลิง ขณะที่นานาชาติมีการวิจัยวัคซีนอีก 114 ชนิด ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการทดลองในสัตว์ทดลอง และมีวัคซีนอีก 10 ชนิด ที่มีการทดลองในคน ประเทศที่มีความก้าวหน้าอย่างมากในเวลานี้ ได้แก่ จีน สหรัฐฯ อังกฤษ เยอรมัน และออสเตรเลียทั้งนี้ การจะผลิตวัคซีนป้องกันโควิด 19ให้คนไทยเข้าถึง ต้องนำศักยภาพของแต่ละหน่วยงานมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศรวมทั้งการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิจัยและผู้ผลิตทั้งในและนอกประเทศมาใช้ให้เกิดประโยชน์ร่วมด้วย “ถ้าได้ผลการวิจัยออกมาดีและเป็นไปตามแผน คาดว่าจะได้วัคซีนที่ดีและเหมาะสมกับคนไทยและผลิตในเชิงอุตสาหกรรมได้ ภายในเวลา 12-18 เดือน”นายแพทย์นคร กล่าวศาสตราจารย์ นายแพทย์เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผู้อำนวยการโครงการวิจัยวัคซีนโควิด-19ศาสตราจารย์ นายแพทย์เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผู้อำนวยการโครงการวิจัยวัคซีนโควิด-19ขณะที่ศาสตราจารย์ นายแพทย์เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผู้อำนวยการโครงการวิจัยวัคซีนโควิด-19 ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การเตรียมวัคซีนให้กับประชากรโลกนั้น หากมีประเทศใดที่ผลิตได้สำเร็จ แน่นอนว่าต้องให้ประชากรของประเทศตัวเองก่อน ตอนนี้มีจีนและสหรัฐฯที่มี่ความก้าวหน้าไปมาก 2 ประเทศนี้ประชากรรวมกันประมาณ 1.8 พันล้านคน แค่ผลิตเพียงครึ่งเดียวอาจมากถึง 800-900 ล้านโด๊ส กว่าจะส่งให้ประเทศอื่นจึงต้องรอเวลา สำหรับประเทศไทยมีนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ที่มีความสามารถสูง มีความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเพลซิวาเนียที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีล่าสุด และการได้เห็นตัวอย่างของเทคโนโลยีการวิจัยจากประเทศต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จ จึงมั่นใจว่าเราจะวิจัยและพัฒนาวัคซีนได้ไม่ช้าไปกว่าประเทศอื่น ๆ มากนัก และอยู่ในกรอบเวลาที่ประมาณ 1 ปี หรือ 1 ปีครึ่ง ขณะนี้จึงได้ประสานโรงงานขนาดเล็กเพื่อผลิตวัคซีนที่ได้มาตรฐานสำหรับ

การวิจัยในคนเอาไว้แล้ว พร้อมกับการเจรจาเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบริษัทวัคซีนในประเทศไทยหากผลการทดสอบวัคซีนในแต่ละขั้นตอนประสบความสำเร็จนายวิฑูรย์ วงศ์หาญกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไบโอเนท-เอเชีย จำกัดนายวิฑูรย์ วงศ์หาญกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไบโอเนท-เอเชีย จำกัดส่วนนายวิฑูรย์ วงศ์หาญกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไบโอเนท-เอเชีย จำกัด กล่าวถึง “วัคซีน-โควิด19″ ว่า เทคโนโลยีการผลิตวัคซีนของบริษัทฯ มีประสบการณ์ มีนักวิจัยที่มีความสามารถและมีความพร้อมที่จะรองรับการผลิตวัคซีนโควิด19 ในระดับอุตสาหกรรมได้หลากหลายรูปแบบตามผลสำเร็จของการวิจัย และพร้อมทำความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลการวิจัยว่าจะได้วัคซีนตัวไหนที่ดีและเหมาะสมที่สุด อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องอย.ไฟเขียวขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19อังกฤษลุ้นก.ย.นี้ สหรัฐหวังต้นปีหน้า ผลิตวัคซีนพิชิตโควิด”สัญญาณดี” กำลังมา พา “รัสเซีย” พ้นวิกฤติโควิด นายวิฑูรย์ ระบุอีกว่า เป็นที่น่ายินดีว่าขณะนี้บริษัทสามารถดำเนินการการวิจัยพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ขึ้นมาได้เองได้อย่างรวดเร็วกว่าวัคซีนปกติทั่วไป และเริ่มทำการทดสอบในหนูไปแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการรอผล อีกทั้งยังมีความร่วมมือกับหลายหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชนเพื่อวางแผนความร่วมมือกันถือว่าระบบการผลิตเรามีความพร้อมที่จะสามารถขยายกำลังการผลิตได้เพิ่มขึ้นสำหรับวัคซีนที่ผ่านการทดสอบแล้วว่าสามารถป้องกันโรคได้ให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศไทยได้เมื่อถึงเวลานั้น

วัคซีนโควิด-19

ในช่วงเวลาที่น่าตึงเครียดของประชาชนในประเทศไทยจากการระบาดขึ้นในระลอก 2 ของเชื้อโควิด ทำให้ประชาชนหลายคนเกิดความวิตกกังวล ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจภายในประเทศที่ได้รับผลกระทบ จนเกิดการว่างงานและสูญเสียรายได้ รวมไปถึงสุขภาพของตนเองที่อาจได้รับความเสี่ยงจากโรคระบาด ถึงแม้ว่าโรคอาจจะทำให้เกิดอาการเพียงแค่ รู้สึกไม่สบาย มีอาการปวดหัว ตัวร้อน และเจ็บคอ แต่ในผู้สูงอายุหรือกลุ่มเสี่ยง

โควิดที่มีโรคประจำตัวก็อาจจะทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียวทั้งนี้การป้องกันโรคที่ดีที่สุดในเบื้องต้นคือการใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือด้วยสบู่กับน้ำสะอาดหรือด้วยเจลล้างมือแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นวิธีที่หลายคนทราบกันดีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทุกคนรอคอยคือข่าวและความคืบหน้าของ “วัคซีนโควิด 19“ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการรายงานออกมาให้ประชาชนได้ใจชื้นกันขึ้นมาบ้าง เพราะมีหลากหลายบริษัททั่วโลก ได้ทำการพัฒนาและผลิตวัคซีน อีกทั้งยังได้ทดลองกันมาหลายเฟสแล้วเมื่อปีที่ผ่านมาซึ่งผลลัพธ์ของวัคซีนในหลายตัวนั้นถือว่ามีประสิทธิภาพที่ดี จนสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายในการป้องกันโรคโควิด 19 ได้อย่างดีเยี่ยม แต่หลายคนก็อาจจะยังไม่ทราบว่าวัคซีนที่กำลังผลิตในตอนนี้มีอะไรบ้าง ? และประเทศไทยได้สั่งซื้อวัคซีนตัวไหนและสูตรไหนมาผลิตเพื่อฉีดให้กับคนไทย? ดังนั้นวันนี้เราจึงได้ศึกษาและรวบรวมข้อมูลเพื่อทำการ “เปรียบเทียบ วัคซีนโควิด 19 ของแต่ละบริษัท – เจ้าไหนดีที่สุด“ มาฝากกันครับ

อย่างไรคือวัคซีนเชื้อตาย?“อินแอคติเวเต็ดวัคซีน” หรือ

วัคซีนของจีนกับเชื้อกลายพันธุ์หนังสือพิมพ์ไชนาเดลีของทางการจีนรายงานเมื่อวันที่ 11 มกราคม โดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของ นายเซิ่ง อี้ซิน รัฐมนตรีช่วยประจำสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (เอ็นเอชซี) ระบุว่า ผลการทดลองในห้องปฏิบัติการของจีน ที่ดำเนินการโดยทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันห้องปฏิวัติการทางสัตวศาสตร์ (ไอแอลเอเอส)

ของสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์จีน ร่วมกับมหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็นในมณฑลกวางตุ้ง พบว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของจีน มีศักยภาพในการยับยั้งเชื้่อโควิด-19 กลายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในอังกฤษในเวลานี้ได้โดยทีมวิจัยได้ยื่นรายละเอียดของการทดลองทั้งหมดเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการทางวิทยาศาสตร์ และกำลังอยู่ระหว่างรอการพิจารณาตีพิมพ์อยู่ในเวลานี้แม้ว่าในรายงานข่าวดังกล่าวไม่ได้ระบุชื่อวัคซีน แต่เป็นไปได้ว่าน่าจะเป็นวัคซีนของซิโนฟาร์มและซิโนแวค ซึ่งมีพัฒนาการรุดหน้าที่สุดอยู่ในเวลานี้และนับเป็นข่าวดีสำหรับประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายที่เตรียมประกาศใช้วัคซีนจากประเทศจีนอยู่ในเวลานี้อีกด้วย

วัคซีนโควิด-19

ประสิทธิภาพวัคซีนจากจีนวัคซีนของซิโนแวคและซิโนฟาร์มได้รับอนุมัติจากทางการจีนให้ใช้กับทหารในกองทัพจีนมาไล่เลี่ยกันตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาในการทดลองในคนระยะที่ 3 นั้น ซิโนฟาร์มทดลองในกลุ่มตัวอย่างอาสาสมัคร 60,000 ราย จาก 125 ประเทศ ในขณะที่ซิโนแวคมุ่งเน้นการทดลองระยะที่ 3 ของตนในกลุ่มตัวอย่างอาสาสมัครในประเทศอย่าง ตุรกี บราซิล และอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ซิโนฟาร์มประกาศผลเบื้องต้นของการทดลองระยะที่ 3 ว่าพบว่าวัคซีนของตนมีประสิทธิภาพ 79 เปอร์เซ็นต์แต่ผลการทดลองที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พบว่ามีประสิทธิภาพถึง 86 เปอร์เซ็นต์ โดยทางซิโนฟาร์มเปิดเผยว่าเตรียมเผยแพร่ผลการทดลองในคนระยะที่สามโดยละเอียดในเร็วๆ นี้ในราวปลายเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา

ทางการตุรกีเผยผลเบื้องต้นของการทดลองวัคซีน โคโรนาแวคของซิโนแวคในตุรกีว่ามีประสิทธิภาพสูงถึง 91.25 เปอร์เซ็นต์ ต่อมา บราซิลเปิดเผยผลการทดลองเบื้องต้นของวัคซีนตัวเดียวกันนี้ในประเทศตนว่าอยู่ที่ระดับ 78 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอินโดนีเซียเพิ่งแถลงเมื่อ 11 มกราคม ว่าผลการทดลองวัคซีนโคโรนาแวคในประเทศตน ให้ประสิทธิภาพอยู่ที่ 63 เปอร์เซ็นต์ยังไม่มีการชี้แจงว่าทำไมถึงเกิดความแตกต่างกันอยู่มากถึงขนาดนั้น แต่รายละเอียดของการทดลองทั้งหมดจะเผยแพร่ผ่านวารสารวิชาการเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกได้ตรวจสอบกันโดยเร็วเช่นกันข้อที่น่าสังเกตก็คือ ในผลการทดลองเบื้องต้นในทั้ง 3 ประเทศ ไม่ปรากฏรายงานว่ามีผลข้างเคียงหรือผลกระทบต่อผู้ได้รับวัคซีนแต่อย่างใด

วัคซีนโควิด-19 สำคัญไฉน ใครควรฉีดก่อน

อย่างไรคือวัคซีนเชื้อตาย?“อินแอคติเวเต็ดวัคซีน” หรือ “วัคซีนเชื้อตาย” ถือเป็นเทคโนโลยีแรกสุดที่มนุษย์ใช้ในการพัฒนาวัคซีน จึงเรียกกันว่าเป็นแพลตฟอร์ม “คลาสสิก” ในการผลิตวัคซีนกระบวนการในการผลิตวัคซีนชนิดนี้ ก็คือการนำเอาเชื้อก่อโรคที่ต้องการป้องกัน ในกรณีนี้คือ เชื้อโคโรนาไวรัส สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือซาร์ส-โควี-2 มาทำให้ตายลง แล้วนำซากเชื้อดังกล่าวฉีดกลับเข้าไปในร่างกายของผู้ที่ต้องการให้เกิดภูมิคุ้มกันเนื่องจากไวรัสที่ถูกฉีดเข้าไปในร่างกายเป็นไวรัสที่ตายแล้ว

ดังนั้นจึงไม่ส่งผลให้เกิดอาการป่วยขึ้น แม้ผู้ได้รับวัคซีนจะเป็นผู้ที่มีปัญหาเรื้อรังในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอยู่ก็ตามแม้จะเป็นเชื้อตาย แต่คุณลักษณะของเชื้อและสารเคมีที่ผสมอยู่ในวัคซีน ก็สามารถไปกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงาน พร้อมๆ กับทำหน้าที่เหมือนเปิดสวิตช์ความจำของระบบภูมิคุ้มกัน ให้จดจำคุณลักษณะของเชื้อไว้ในระยะยาว ส่งผลให้ร่างกายสามารถป้องกันการติดเชื้อดังกล่าวได้ในอนาคตวัคซีนป้องกันโปลิโอ ที่ใช้กันอยู่ในหลายประเทศรวมทั้งสหรัฐอเมริกา ก็เป็นวัคซีนที่ผลิตโดยเทคโนโลยีนี้เช่นเดียวกันข้อดี-ข้อเสียของวัคซีนเชื้อตายวัคซีนแต่ละชนิดมีข้อดีข้อด้อยอยู่ในตัวของมันเอง ข้อเสียประการหนึ่งของวัคซีนเชื้อตาย อย่างเช่นวัคซีนที่ผลิตโดยซิโนแวคและซิโนฟาร์ม ก็คือ อาจจำเป็นต้องฉีดครั้งละหลายเข็มอย่างไรก็ตาม

ในกรณีของวัคซีนจากประเทศจีนทั้งสองตัวกำหนดให้ใช้เพียง 2 เข็ม ในระยะห่างกันระหว่างกัน 14 วัน ในกรณีวัคซีน โคโรนาแวคของซิโนแวค และ 21 วัน ในกรณีของ บีบีไอบีพี-คอร์วี ซึ่งเป็นชื่อวัคซีนที่ซิโนฟาร์มพัฒนาขึ้นวัคซีนเชื้อตาย อาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้น้อยกว่าเมื่อเทียบกับวัคซีนเชื้อเป็นและเอ็มอาร์เอ็นเอ ทำให้เกิดข้อด้อยของวัคซีนเชื้อตายอีกประการขึ้น ก็คือ อาจจำเป็นต้องมีการฉีดกระตุ้น (บูสเตอร์โดส) เมื่อผ่านไประยะหนึ่งแต่ก็มีข้อดีในแง่ของการผลิต เพราะปลอดภัยและระบบการผลิตมีเสถียรภาพสูงกว่าการใช้เทคโนโลยีอื่นๆ รวมทั้งการผลิตวัคซีนประเภทไวรัลเวคเตอร์ ซึ่งใช้ “เชื้อเป็น” มาทำให้อ่อนแอลง (เช่น วัคซีนของแอสทราเซเนกา) แม้ว่าระบบการพัฒนาและการผลิตวัคซีนทั้งสองชนิดจำเป็นต้องมีระเบียบวิธีเพื่อความปลอดภัยสูงเป็นพิเศษเหมือนกันก็ตาม

วัคซีนป้องกันโควิด19 ทั้ง 4 ชนิดต่างกันอย่างไร?

วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ผ่านการทดลองในคนในระยะที่ 3 และมีการอนุมัติให้ใช้ “เป็นกรณีฉุกเฉิน” อยู่ในหลายประเทศในเวลานี้มีอยู่ด้วยกัน 6 ตัว ประกอบด้วย ไฟเซอร์/ไบออนเทค, โมเดอร์นา, แอสทราเซเนกา, สปุตนิควี, ซิโนฟาร์ม และซิโนแวควัคซีนทั้ง 6 ผลิตบนแพลตฟอร์มหรือเทคโนโลยีในการพัฒนาวัคซีนที่แตกต่างกัน 3 ชนิด ไฟเซอร์/ไบออนเทคกับโมเดอร์นา ใช้เทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่าเอ็มอาร์เอ็นเอเหมือนกัน ส่วนแอสทราเซเนกากับสปุตนิควี ของรัสเซีย ก็ใช้เทคโนโลยีเดียวกัน

เรียกกันว่าไวรัลเวคเตอร์ ส่วนอีก 2 ตัวที่เหลือจากประเทศจีน ใช้เทคโนโลยีในการผลิตวัคซีนแบบดั้งเดิม หรือแบบคลาสสิก ที่เรียกว่า “อินแอคติเวเต็ดวัคซีน” หรือ “วัคซีนเชื้อตาย”วัคซีน 3 ตัวแรก มีการเผยแพร่ขยายความทำความรู้จักกันสูงมากแล้วในเวลานี้ เนื่องจากเป็นวัคซีนที่ชาติตะวันตกเลือกใช้ในการฉีดให้กับประชาชนของตนเอง สปุตนิควีของรัสเซีย

ใช้ฉีดอย่างเป็นทางการในหลายประเทศแล้วก็จริง แต่ข้อมูลและผลการศึกษาที่เผยแพร่ออกมายังคงมีข้อจำกัดอยู่อย่างมากในเวลานี้วัคซีนที่ผู้ผลิตจากจีนพัฒนาขึ้นมา 2 ตัว เพิ่งผ่านการทดลองในคนระยะที่ 3 มาด้วยประสิทธิภาพในระดับที่น่าพอใจ และไม่มีรายงานการพบผลข้างเคียงร้ายแรง ทำให้เตรียมประกาศใช้เป็นกรณีฉุกเฉินในหลายประเทศ ในเร็วๆ นี้ รวมทั้งประเทศที่มีประชากรจำนวนมากอย่างบราซิล และอินโดนีเซีย